การตกแต่งบ้านด้วยภาพถ่ายแห่งความทรงจำไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป การนำวัสดุเหลือใช้รอบตัวมาสร้างสรรค์เป็นกรอบรูปทำมือหรือกรอบรูป DIY เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมในการเปลี่ยนขยะในบ้านให้กลายเป็นงานศิลปะบนผนังที่มีชิ้นเดียวในโลก นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว กิจกรรมนี้ยังช่วยลดปริมาณขยะและเปิดโอกาสให้คุณได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นเศษไม้ กล่องพัสดุ หรือแม้แต่แผ่นซีดีเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ก็สามารถนำมาดัดแปลงให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านของคุณได้อย่างลงตัว
การเริ่มต้นทำกรอบรูปด้วยตัวเองช่วยให้คุณสามารถกำหนดขนาด รูปทรง และโทนสีให้เข้ากับบรรยากาศของห้องได้อย่างอิสระ โดยเฉพาะในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่มีทั้งความร้อนและความชื้นสูง การเลือกใช้วัสดุและการเตรียมพื้นผิวอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผลงานของคุณมีความทนทานและสวยงามยาวนาน มาดูกันว่ามีไอเดียอะไรบ้างที่จะช่วยเปลี่ยนของเหลือใช้ในบ้านให้กลายเป็นกรอบรูปสุดครีเอทีฟ
1. กรอบรูปจากไม้ไอศกรีมหรือกิ่งไม้แห้ง
ไม้ไอศกรีมที่เก็บสะสมไว้หรือกิ่งไม้แห้งที่ร่วงหล่นอยู่ในสวนรอบบ้าน สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นกรอบรูปสไตล์มินิมอลหรือสไตล์ธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย สำหรับกิ่งไม้แห้งตามธรรมชาติ ควรเลือกกิ่งที่มีความตรงและแข็งแรงพอสมควร จากนั้นนำมาทำความสะอาดโดยการปัดฝุ่นและผึ่งแดดจัดให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราและความชื้น ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย ส่วนไม้ไอศกรีมควรล้างคราบหวานและผึ่งให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้งานเช่นกัน
ขั้นตอนการประกอบเริ่มจากการนำไม้มาวางเรียงกันตามขนาดของภาพถ่ายที่ต้องการ โดยใช้ไม้บรรทัดวัดระยะให้แม่นยำ ในการยึดมุมทั้งสี่ด้านให้เป็นมุมฉากที่สวยงาม แนะนำให้ใช้ตัวช่วยดามมุมชั่วคราว เช่น ไม้บรรทัดฉากหรือขอบโต๊ะ แล้วจึงทากาวลาเท็กซ์คุณภาพสูงหรือปืนกาวร้อนเพื่อยึดติดโครงสร้างให้แน่นหนา ทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิทก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
อย่างไรก็ตาม กรอบรูปประเภทนี้มีข้อจำกัดด้านโครงสร้าง จึงเหมาะสำหรับใส่ภาพถ่ายขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เช่น ภาพถ่ายขนาดเล็กหรือภาพขนาดสี่คูณหกนิ้ว และเนื่องจากวัสดุธรรมชาติมีความไวต่อความชื้น จึงควรหลีกเลี่ยงการนำไปแขวนหรือตั้งวางในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ใกล้ห้องน้ำ หรือบริเวณที่โดนละอองฝนโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ไม้บิดตัวหรือเกิดเชื้อรา
2. กรอบรูปจากกล่องกระดาษลูกฟูกหรือกล่องพัสดุ
กระแสการช้อปปิ้งออนไลน์ที่เติบโตขึ้นทำให้หลายบ้านมีกล่องพัสดุเหลือใช้กองอยู่เป็นจำนวนมาก กระดาษลูกฟูกหนาๆ เหล่านี้เป็นวัสดุชั้นดีในการนำมาตัดแต่งและซ้อนชั้นเพื่อสร้างกรอบรูปที่มีมิติและมีความหนาเลียนแบบกรอบรูปไม้ราคาแพง โดยเริ่มจากการออกแบบขนาดของกรอบรูปตามต้องการ จากนั้นใช้มีดคัตเตอร์ที่คมกรีดกระดาษตามแนวร่องลูกฟูกเพื่อป้องกันไม่ให้ขอบกระดาษยับหรือเสียรูปทรง

การสร้างมิติความลึกทำได้โดยการตัดกระดาษลูกฟูกเป็นกรอบหลายๆ ชิ้นที่มีขนาดลดหลั่นกันเล็กน้อย แล้วนำมาทากาวซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ เพื่อรองรับน้ำหนักของภาพถ่ายและป้องกันการโก่งตัวของกระดาษ ควรตัดกระดาษแข็งแผ่นเรียบอีกชิ้นหนึ่งที่มีขนาดเท่ากับกรอบด้านนอกสุดเพื่อนำมาติดเป็นแผ่นรองหลัง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและทำให้กรอบรูปทรงตัวได้ดีขึ้นเมื่อนำไปใช้งาน
เพื่อความสวยงามและเพิ่มความทนทาน คุณสามารถตกแต่งผิวภายนอกได้ด้วยการทาสีอะคริลิกทับเพื่อปิดรอยตัดและร่องลูกฟูกที่ดูไม่เรียบร้อย หรือจะเลือกใช้วิธีการหุ้มด้วยกระดาษสี กระดาษห่อของขวัญลายสวยงาม หรือแม้แต่กระดาษหนังสือพิมพ์เก่าสไตล์วินเทจ การเคลือบผิวด้วยน้ำยาเคลือบใสบางๆ จะช่วยป้องกันความชื้นในอากาศไม่ให้ซึมเข้าสู่เนื้อกระดาษได้อีกทางหนึ่ง
3. กรอบรูปจากแผ่นซีดีหรือดีวีดีเก่า
แผ่นซีดีหรือดีวีดีที่ชำรุดและใช้งานไม่ได้แล้ว สามารถนำมาเปลี่ยนเป็นกรอบรูปสไตล์โมเสคที่มีเอฟเฟกต์สะท้อนแสงระยิบระยับสะดุดตา ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากเศษพลาสติกจากแผ่นซีดีมีความคมมากขณะตัด จึงต้องสวมแว่นตานิรภัยเพื่อป้องกันเศษพลาสติกกระเด็นเข้าตา และสวมถุงมือผ้าหนาเพื่อป้องกันการบาดมือ จากนั้นใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้หรือกรรไกรตัดพลาสติกขนาดใหญ่ตัดแผ่นซีดีให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยรูปทรงเรขาคณิตที่หลากหลาย และใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดขัดลบคมบริเวณขอบรอยตัดทุกชิ้น
ในการจัดวาง ให้เตรียมกรอบรูปฐานที่ทำจากกระดาษแข็งหนาหรือแผ่นไม้เก่า ทากาวอเนกประสงค์หรือกาวตะปูที่เหมาะสำหรับพื้นผิวมันวาว จากนั้นค่อยๆ นำชิ้นส่วนแผ่นซีดีที่ตัดไว้มาเรียงต่อกันคล้ายงานโมเสค โดยเว้นช่องไฟเล็กน้อยระหว่างชิ้นเพื่อให้เกิดลวดลายที่สวยงาม หากต้องการความเนี้ยบสามารถใช้ยาแนวสีขาวหรือสีเทาหยอดตามร่องเพื่อปิดช่องว่างและยึดเกาะชิ้นส่วนให้แน่นหนายิ่งขึ้น
กรอบรูปสไตล์โมเสคจากแผ่นซีดีนี้จะแสดงความสวยงามได้ดีที่สุดเมื่อติดตั้งในจุดที่มีแสงสว่างส่องถึง เช่น ผนังห้องนั่งเล่นใกล้หน้าต่าง หรือบริเวณที่มีแสงไฟจากโคมไฟสาดส่อง เพราะแสงที่ตกกระทบจะทำปฏิกิริยากับสารเคลือบสะท้อนแสงบนแผ่นซีดี เกิดเป็นประกายสีรุ้งที่ช่วยเพิ่มความหรูหราและมีชีวิตชีวาให้กับผนังบ้านของคุณ
4. กรอบรูปจากช้อนส้อมพลาสติกหรือขวด PET
พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น ช้อนส้อมพลาสติกจากบริการเดลิเวอรีหรือขวดน้ำดื่ม PET สามารถนำมาดัดแปลงเป็นของตกแต่งกรอบรูปที่ดูหรูหราได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยการตัดเฉพาะส่วนใบช้อนพลาสติกมาเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ เพื่อสร้างลวดลายคล้ายกลีบดอกไม้ หรือการตัดขวด PET เป็นรูปทรงเรขาคณิตและดอกไม้ประดับรอบกรอบรูปเดิมที่มีอยู่แล้วหรือกรอบรูปกระดาษแข็งที่เตรียมไว้
ก่อนเริ่มลงมือทำ ต้องล้างทำความสะอาดคราบมันและสิ่งสกปรกออกจากพลาสติกให้หมดจด และเช็ดให้แห้งสนิท หากต้องการดัดโค้งพลาสติกเพื่อสร้างมิติที่สมจริง อาจใช้ความร้อนจากไดร์เป่าผมหรือเทียนไขช่วยอย่างระมัดระวัง ข้อควรระวังคือต้องทำในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก สวมหน้ากากอนามัย และต้องหยุดทำทันทีหากพลาสติกเริ่มไหม้หรือส่งกลิ่นฉุน เนื่องจากไอระเหยจากพลาสติกที่โดนความร้อนสูงอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้
สำหรับการยึดติดชิ้นส่วนพลาสติกเข้ากับฐานกรอบรูป ควรเลือกใช้กาวที่ระบุว่าเหมาะสำหรับพลาสติกโดยเฉพาะ เช่น กาวอีพ็อกซี่หรือปืนกาวร้อน และควรทำการทดสอบการยึดเกาะกับเศษพลาสติกชิ้นเล็กๆ ก่อนประกอบจริง เพื่อให้มั่นใจว่ากาวจะไม่หลุดร่อนเมื่อใช้งานไปนานๆ และไม่ทำลายเนื้อพลาสติกจนเสียรูปทรง
5. กรอบรูปจากผ้าเหลือใช้หรือเสื้อผ้าเก่า
หากคุณมีเศษผ้าลายสวยงามหรือเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ได้ใส่แล้ว เช่น เสื้อยืดผ้าฝ้าย เสื้อเชิ้ตลายสก็อต หรือกางเกงยีนส์ตัวโปรด คุณสามารถนำมาหุ้มกรอบกระดาษแข็งเพื่อสร้างกรอบรูปบุผ้าที่มีผิวสัมผัสอบอุ่นและนุ่มนวล เหมาะสำหรับห้องนอนหรือมุมพักผ่อนส่วนตัว แนะนำให้เลือกผ้าที่มีความยืดหยุ่นปานกลางถึงน้อย เพื่อให้ง่ายต่อการดึงให้ตึงและไม่เสียรูปทรงขณะหุ้ม
ขั้นตอนการทำเริ่มจากการตัดกระดาษแข็งหนาเป็นรูปทรงกรอบรูปตามต้องการ จากนั้นตัดผ้าให้มีขนาดใหญ่กว่ากรอบกระดาษโดยเผื่อระยะสำหรับพับขอบไปด้านหลังประมาณสองถึงสามเซนติเมตร ใช้เตารีดรีดผ้าให้เรียบสนิทก่อนนำมาหุ้ม ทากาวลาเท็กซ์หรือกาวทาผ้าที่ด้านหลังของกรอบกระดาษ ค่อยๆ ดึงผ้าให้ตึงอย่างสม่ำเสมอพับขอบเก็บเข้าด้านหลังทีละด้าน โดยเฉพาะบริเวณมุมต้องพับทบให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้หนาเทอะทะ จากนั้นใช้กระดาษแข็งอีกแผ่นปิดทับด้านหลังเพื่อความเรียบร้อย
การดูแลรักษากรอบรูปบุผ้าในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากผ้าสามารถสะสมฝุ่นและดูดซับความชื้นได้ง่าย ควรใช้ไม้ขนไก่หรือเครื่องดูดฝุ่นหัวเล็กปัดฝุ่นเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการติดตั้งในบริเวณที่มีความชื้นสูงหรือสัมผัสกับแสงแดดจัดโดยตรง เพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นอับ เชื้อรา และป้องกันไม่ให้สีของผ้าซีดจางเร็วเกินไป
ข้อควรระวังและความปลอดภัยในการ DIY กรอบรูป
การทำงานประดิษฐ์ DIY ให้ประสบความสำเร็จต้องควบคู่ไปกับความปลอดภัยเสมอ ในขั้นตอนการตัดวัสดุหนา เช่น กระดาษลูกฟูกหรือแผ่นไม้ ควรใช้มีดคัตเตอร์ที่มีใบมีดคมและล็อกใบมีดให้แน่นหนาเสมอ เพราะใบมีดที่ทื่อจะทำให้ต้องออกแรงกดมากเกินไปจนอาจลื่นไถลมาบาดมือได้ และควรเก็บรักษาเครื่องมือมีคมรวมถึงปืนกาวร้อนให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยงตลอดเวลาที่ใช้งาน
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสภาพของวัสดุเหลือใช้ก่อนนำมาทำความสะอาดและใช้งาน หากพบวัสดุที่มีสารเคมีตกค้าง มีกลิ่นสารเคมีรุนแรง หรือมีคราบสนิมและเชื้อราฝังลึกที่ไม่สามารถล้างออกได้หมด ควรหยุดใช้งานและเปลี่ยนไปใช้วัสดุชิ้นอื่นทันทีเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว
สำหรับการติดตั้งกรอบรูปบนผนัง ควรตรวจสอบน้ำหนักรวมของกรอบรูปและเลือกใช้อุปกรณ์ยึดเกาะที่เหมาะสม เช่น ตะปูแขวนรูป หรือเทปกาวสองหน้าสำหรับติดผนังที่มีแรงยึดเกาะสูง โดยต้องตรวจสอบความสามารถในการรับน้ำหนักที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด และหลีกเลี่ยงการแขวนกรอบรูป DIY ที่มีน้ำหนักมากหรือมีส่วนประกอบของแก้วและพลาสติกแหลมคมไว้เหนือบริเวณหัวเตียงนอนหรือโซฟาที่นั่งเล่น เพื่อป้องกันอันตรายหากเกิดการร่วงหล่น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กรอบรูป DIY จากวัสดุเหลือใช้สามารถรับน้ำหนักภาพขนาดใหญ่ได้หรือไม่?
ความสามารถในการรับน้ำหนักของกรอบรูป DIY ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของวัสดุที่นำมาใช้เป็นหลัก วัสดุอย่างกระดาษลูกฟูกหรือไม้ไอศกรีมมักจะมีความยืดหยุ่นสูงและรับน้ำหนักได้จำกัด จึงเหมาะสำหรับภาพถ่ายขนาดเล็กถึงขนาดกลางเท่านั้น หากต้องการใช้กับภาพขนาดใหญ่ ควรเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างด้านหลังด้วยการติดแผ่นไม้อัดบางหรือกระดาษแข็งหนาพิเศษหลายๆ ชั้น และใช้กาวตะปูในการยึดข้อต่อ อย่างไรก็ตาม หากเป็นภาพวาดใส่กรอบกระจกที่มีน้ำหนักมาก แนะนำให้เลือกใช้กรอบรูปสำเร็จรูปที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการติดตั้งบนผนัง
ควรใช้กาวชนิดใดในการยึดติดวัสดุที่แตกต่างกัน?
การเลือกกาวให้เหมาะสมกับพื้นผิวเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กรอบรูปมีความแข็งแรงทนทาน สำหรับวัสดุที่มีรูพรุน เช่น ไม้ กระดาษ และผ้า ควรเลือกใช้กาวลาเท็กซ์คุณภาพดีหรือกาวสำหรับงานไม้โดยเฉพาะ ซึ่งจะซึมเข้าสู่เนื้อวัสดุและยึดเกาะได้ดี ส่วนวัสดุที่ไม่มีรูพรุนและมีความมันวาว เช่น พลาสติก แผ่นซีดี หรือโลหะ ควรเลือกใช้ปืนกาวร้อน กาวอีพ็อกซี่ หรือกาวตะปูอเนกประสงค์ นอกจากนี้ สำหรับส่วนที่ต้องสัมผัสกับภาพถ่ายโดยตรง ควรหลีกเลี่ยงกาวที่มีส่วนผสมของกรดเพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีในกาวทำลายเนื้อกระดาษหรือทำให้สีของภาพถ่ายผิดเพี้ยนไปเมื่อเวลาผ่านไป และควรปล่อยให้กาวแห้งสนิทตามเวลาที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ก่อนนำไปแขวนใช้งาน
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่