เฟอร์นิเจอร์ คู่มือที่ใช้ได้จริง
ตู้ครัว

คู่มือเลือกวัสดุตู้ครัวติดผนัง: รับน้ำหนักจานชามได้ดีและทนความชื้น

คู่มือเลือกวัสดุตู้ครัวติดผนังให้ทนความชื้นและรับน้ำหนักจานชามได้ดี เปรียบเทียบไม้จริง ไม้อัด พลาสวูด และระบบยึดผนังเพื่อความปลอดภัยในห้องครัวไทย

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเลือกตู้ครัวติดผนังสำหรับเก็บจานชามเซรามิกที่มีน้ำหนักมาก ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย จำเป็นต้องพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุอย่างละเอียดถี่ถ้วน วัสดุที่เหมาะสมที่สุดไม่เพียงแต่ต้องมีความแข็งแรงเชิงโครงสร้างเพื่อรองรับน้ำหนักของถ้วยชามจำนวนมากได้โดยไม่แอ่นตัว แต่ยังต้องมีคุณสมบัติทนทานต่อไอน้ำและความชื้นจากการทำอาหารและการล้างจาน เพื่อป้องกันปัญหาตู้บวม ผุพัง หรือเกิดอุบัติเหตุตู้ร่วงหล่นลงมาสร้างความเสียหายและอันตรายต่อผู้ใช้งาน การทำความเข้าใจประเภทวัสดุแกนกลาง วัสดุปิดผิว และระบบการติดตั้งจึงเป็นหัวใจสำคัญในการเลือกซื้อตู้ครัวติดผนังให้คุ้มค่าและปลอดภัยในระยะยาว

ทำไมการเลือกวัสดุและโครงสร้างตู้ครัวติดผนังจึงสำคัญต่อความปลอดภัย

สภาพแวดล้อมภายในห้องครัวไทยมักเผชิญกับความชื้นสูงและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ทั้งจากไอน้ำในการต้มแกง ความร้อนจากการผัดทอด และละอองน้ำบริเวณอ่างล้างจาน ยิ่งในช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นในอากาศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วัสดุที่ไม่มีคุณสมบัติทนความชื้นจะดูดซับละอองน้ำเหล่านี้เข้าไปสะสมในเนื้อวัสดุ ส่งผลให้โครงสร้างภายในเริ่มเสื่อมสภาพโดยที่ผู้ใช้งานอาจไม่ทันสังเกตเห็นจากภายนอก

เมื่อวัสดุดูดซับความชื้นเข้าไป สิ่งที่จะตามมาคือการบวมพอง บิดตัว หรือผุกร่อน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการยึดเกาะของน็อต สกรู และข้อต่อต่างๆ ที่ยึดตัวตู้ไว้กับผนัง หากตู้ต้องรับภาระน้ำหนักจากจานชามเซรามิก คริสตัล หรือเครื่องครัวดินเผาซึ่งมีน้ำหนักรวมกันหลายสิบกิโลกรัม โครงสร้างที่อ่อนแอลงอาจทำให้น็อตยึดหลุดถอน และนำไปสู่อุบัติเหตุตู้ครัวหล่นทับเคาน์เตอร์ด้านล่างหรือสร้างอันตรายร้ายแรงต่อผู้ที่กำลังใช้งานครัวได้

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

Aiwater ตู้แขวนผนังครัว ตู้ครัวแขวนติดผนัง ตู้เก็บจานชาม ประตูกระจกกันฝุ่น ตู้เก็บเครื่องปรุงและของใช้ในครัว ประหยัดพื้นที่ กันความชื้น
No Brand Aiwater ตู้แขวนผนังครัว ตู้ครัวแขวนติดผนัง ตู้เก็บจานชาม ประตูกระจกกันฝุ่น ตู้เก็บเครื่องปรุงและของใช้ในครัว ประหยัดพื้นที่ กันความชื้น ฿699.00฿1,988.00 ดูสินค้า →
ตู้ครัว ตู้แขวน วัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์ ตู้เก็บของติดผนัง ตู้เก็บของในครัว ตู้เก็บของเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ cupboard 60/80cm มี2สีให้เลือก จุของได้เยอะ
XUXU ตู้ครัว ตู้แขวน วัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์ ตู้เก็บของติดผนัง ตู้เก็บของในครัว ตู้เก็บของเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ cupboard 60/80cm มี2สีให้เลือก จุของได้เยอะ ฿2,345.31฿4,264.20 ดูสินค้า →
IDEAL kitchen cabinet wall cabinet ตู้เก็บของติดผนัง ตู้เก็บของ ตู้ห้องครัวติดผนัง มัลติฟังก์ชั่น กันฝุ่น สามารถกันน้ำ ตอนนี้กำลังรีบ
No Brand IDEAL kitchen cabinet wall cabinet ตู้เก็บของติดผนัง ตู้เก็บของ ตู้ห้องครัวติดผนัง มัลติฟังก์ชั่น กันฝุ่น สามารถกันน้ำ ตอนนี้กำลังรีบ ฿696.76฿2,299.00 ดูสินค้า →
SEVENWOOD ตู้ครัว ตู้แขวนผนัง ตู้เก็บของ ตู้แขวนห้องครัว พื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่
SEVENWOOD SEVENWOOD ตู้ครัว ตู้แขวนผนัง ตู้เก็บของ ตู้แขวนห้องครัว พื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่ ฿1,988.00฿2,500.00 ดูสินค้า →
IM【HOT】ตู้เก็บของ ตู้ kitchen cabinet ตู้เก็บของติดผนัง ตู้เก็บของอเนกประสงค์ ตู้แขวนครัว ตู้แขวน ตู้กับข้าวเล็ก ตู้เก็บ จาน wall mounted cabinets
BMZAR IM【HOT】ตู้เก็บของ ตู้ kitchen cabinet ตู้เก็บของติดผนัง ตู้เก็บของอเนกประสงค์ ตู้แขวนครัว ตู้แขวน ตู้กับข้าวเล็ก ตู้เก็บ จาน wall mounted cabinets ฿709.00฿1,418.00 ดูสินค้า →
ตู้เก็บของ 80cmตู้ ตู้เก็บของติดผนัง ตู้เก็บของอเนกประสงค์ ตู้แขวนครัว ตู้แขวน เข้ากับทุกมุมของบ้าน wall mounted cabinets
SUNNY BIERE ตู้เก็บของ 80cmตู้ ตู้เก็บของติดผนัง ตู้เก็บของอเนกประสงค์ ตู้แขวนครัว ตู้แขวน เข้ากับทุกมุมของบ้าน wall mounted cabinets ฿759.00฿1,471.80 ดูสินค้า →
AIBG ตู้แขวนติดผนังครัว ห้องครัวแขวนตู้ตู้แขวน ตู้แขวนนผนังแขวนตู้เก็บของตู้เสื้อผ้าหมัดฟรี ตู้แขวนครัว ตู้เก็บของติดผนัง ตู้เก็บของอเนกประสงค์ COD
No Brand AIBG ตู้แขวนติดผนังครัว ห้องครัวแขวนตู้ตู้แขวน ตู้แขวนนผนังแขวนตู้เก็บของตู้เสื้อผ้าหมัดฟรี ตู้แขวนครัว ตู้เก็บของติดผนัง ตู้เก็บของอเนกประสงค์ COD ฿759.00฿1,338.00 ดูสินค้า →
ตู้เก็บของใช้ ตู้เก็บของ ตู้เก็บของติดผนัง เก็บของใช้ ห้องน้ำ/ห้องครัว ประตูแม่เหล็กดูด ประหยัดพื้นที่ แบบติดผนัง พร้อมส่ง ZK
No Brand ตู้เก็บของใช้ ตู้เก็บของ ตู้เก็บของติดผนัง เก็บของใช้ ห้องน้ำ/ห้องครัว ประตูแม่เหล็กดูด ประหยัดพื้นที่ แบบติดผนัง พร้อมส่ง ZK ฿626.22฿1,259.00 ดูสินค้า →

ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า

ดังนั้น เกณฑ์สำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อตู้ครัวติดผนังจึงต้องเริ่มต้นจากการตรวจสอบความหนาแน่นของวัสดุแกนกลางที่ใช้ทำโครงตู้ ประสิทธิภาพการกันซึมของผิวสัมผัสภายนอกเพื่อไม่ให้ความชื้นเล็ดลอดเข้าไป และความแข็งแรงของจุดยึดผนังที่ออกแบบมาเพื่อกระจายแรงโดยเฉพาะ การมองข้ามปัจจัยเหล่านี้แล้วเลือกเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกหรือราคาที่ถูกกว่า อาจนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูงขึ้นและสุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยในบ้าน

เปรียบเทียบวัสดุตู้ครัวติดผนัง: ความแข็งแรงและการทนความชื้น

ความทนทานของตู้ครัวไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเรียกประเภทวัสดุภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับโครงสร้างแกนกลางและการปิดผิวรอบด้านที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันน้ำและรับแรงกดทับ การทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละวัสดุจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้อย่างเหมาะสมกับงบประมาณและการใช้งานจริง

ตู้ครัวติดผนัง

ไม้จริง (Solid Wood)

ไม้จริงเป็นวัสดุที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงตามธรรมชาติ มีเนื้อแน่นและให้แรงยึดเกาะของตะปูเกลียวหรือพุกยึดที่ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความคลาสสิกและหรูหรา อย่างไรก็ตาม ไม้จริงมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศค่อนข้างสูง หากกระบวนการผลิตไม่ได้ผ่านการอบแห้ง (Kiln Dry) ที่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของผู้ผลิต ไม้จะมีโอกาสยืดหด บิดโก่ง หรือแตกร้าวเมื่อเจอกับความชื้นและอุณหภูมิที่ขึ้นลงในห้องครัว

นอกจากนี้ ตู้ครัวติดผนังที่ทำจากไม้จริงมักมีน้ำหนักตัวตู้ที่ค่อนข้างมากตั้งแต่ยังไม่ได้ใส่สิ่งของ ทำให้ผนังที่ติดตั้งต้องมีความแข็งแรงสูงมากตามไปด้วย ผู้ใช้งานจำเป็นต้องหมั่นบำรุงรักษาเคลือบผิวหน้าด้วยน้ำยาเคลือบไม้หรือแว็กซ์ป้องกันน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นซึมลึกเข้าไปทำลายเนื้อไม้ในระยะยาว

ไม้วิศวกรรม (Engineered Wood)

ไม้อัด (Plywood) ถือเป็นไม้วิศวกรรมที่ได้รับความนิยมสูงมากสำหรับทำตู้ครัวติดผนัง เนื่องจากเกิดจากการนำแผ่นไม้บางมาวางสลับลายเสี้ยนขวางกันแล้วอัดด้วยกาวภายใต้ความดันสูง ทำให้มีความแข็งแรงเชิงโครงสร้างดีเยี่ยม ไม่บิดโก่งง่าย และทนความชื้นได้ดีกว่าไม้แปรรูปชนิดอื่น เมื่อมีการปิดผิวอย่างมิดชิด ไม้อัดจะสามารถรองรับน้ำหนักจานชามจำนวนมากได้อย่างมั่นคงโดยไม่แอ่นตัว

ในทางกลับกัน ไม้ปาร์ติเคิล (Particle Board) และไม้ MDF (Medium-Density Fibreboard) แม้จะมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและมีน้ำหนักเบา แต่มีข้อจำกัดสำคัญคือความไวต่อความชื้น หากมีน้ำหรือไอน้ำซึมผ่านรอยต่อหรือขอบที่ปิดไม่สนิท เนื้อไม้ภายในจะบวมพองและเปื่อยยุ่ยอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้น็อตยึดบานพับหรือพุกยึดผนังหลวมตัวจนไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ดังนั้น หากเลือกใช้ไม้วิศวกรรม ควรตรวจสอบฉลากจากผู้ผลิตว่าเป็นเกรดทนความชื้นสูง เช่น ไม้ HMR (High Moisture Resistant) และมีความหนาของแผ่นไม้โครงสร้างไม่น้อยกว่า 15-18 มิลลิเมตร

โลหะและวัสดุสังเคราะห์ (Metal & Synthetic Materials)

สแตนเลสและอะลูมิเนียมเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์เรื่องการทนน้ำและความชื้นได้แบบ 100% โดยไม่มีปัญหาเรื่องการบวมน้ำ การผุกร่อน หรือเชื้อรา จึงมักพบเห็นได้บ่อยในครัวเชิงพาณิชย์หรือครัวที่ใช้งานหนัก อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ตู้โลหะต้องพิจารณาความหนาของแผ่นโลหะร่วมด้วย เพราะหากแผ่นโลหะบางเกินไป อาจเกิดการแอ่นตัวหรือเสียรูปทรงได้ง่ายเมื่อต้องรองรับจานชามเซรามิกที่มีน้ำหนักมาก

สำหรับวัสดุสังเคราะห์อย่างพลาสวูด (Plastwood) หรือ PVC โฟมบอร์ด เป็นวัสดุที่ไม่ดูดซับน้ำและไม่เป็นสนิมอย่างแน่นอน แต่มีข้อจำกัดสำคัญในเรื่องของความยืดหยุ่นและการรับน้ำหนักในแนวดิ่ง ซึ่งอาจไม่แข็งแรงเท่ากับไม้อัดหรือโลหะ หากต้องการใช้ตู้พลาสวูดเก็บจานชาม ควรเลือกเกรดที่มีความหนาแน่นสูงและมีการเสริมโครงเหล็กหรือโครงไม้ด้านในเพื่อช่วยกระจายแรง

ความสำคัญของวัสดุผิวหน้าและการปิดขอบ (Surface Finishing and Edge Banding)

แม้ว่าวัสดุแกนกลางจะมีความแข็งแรงเพียงใด แต่หากปราศจากการปิดผิวและการปิดขอบที่ดี ความชื้นก็สามารถแทรกซึมเข้าไปทำลายโครงสร้างภายในได้ง่าย วัสดุปิดผิว เช่น เมลามีน (Melamine) ลามิเนต (HPL) หรืออะคริลิก (Acrylic) ทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการป้องกันน้ำ น้ำมัน และรอยขีดข่วน โดยลามิเนตหนาพิเศษจะให้ความทนทานต่อแรงกระแทกและความชื้นได้ดีที่สุดในกลุ่มวัสดุปิดผิวทั่วไป

จุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือบริเวณขอบแผ่นไม้ ซึ่งเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดต่อการซึมของน้ำ การปิดขอบ (Edge Banding) ด้วยวัสดุ PVC หรือ ABS ที่มีความหนาและติดตั้งด้วยกาวร้อนกันน้ำคุณภาพสูง หรือการใช้เทคโนโลยีปิดขอบไร้รอยต่อ (Seamless Edge Banding) จะช่วยปิดผนึกแกนไม้ภายในได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนตัดสินใจซื้อควรใช้สายตาตรวจดูรอยต่อตามมุมตู้และใช้มือลูบสัมผัสว่าไม่มีส่วนใดเผยอ นูน หรือมีคราบกาวเยิ้มออกมา

ระบบยึดผนังและฮาร์ดแวร์: ปัจจัยชี้ขาดความปลอดภัยที่หลายคนมองข้าม

ต่อให้คุณเลือกตู้ครัวที่ทำจากวัสดุที่ดีที่สุดในโลก แต่หากระบบการยึดติดผนังและฮาร์ดแวร์ไม่ได้มาตรฐาน ตู้ครัวก็พร้อมที่จะร่วงหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ การประเมินประเภทของผนังบ้านก่อนการติดตั้งจึงเป็นขั้นตอนที่ห้ามละเลยโดยเด็ดขาด

  • ผนังอิฐมอญหรือผนังคอนกรีตหล่อในที่: เป็นผนังที่มีความหนาแน่นสูงและรับน้ำหนักได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับการติดตั้งตู้ครัวติดผนังทุกรูปแบบ
  • ผนังอิฐมวลเบา: มีความพรุนสูงกว่าอิฐมอญ การติดตั้งจำเป็นต้องใช้พุกสำหรับอิฐมวลเบาโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้พุกรูดหรือหลุดออกจากเนื้ออิฐเมื่อรับแรงดึง
  • ผนังเบาหรือผนังยิปซั่ม: ไม่สามารถรับน้ำหนักตู้ครัวตรงๆ ได้ หากต้องการติดตั้ง ต้องมีการเสริมโครงคร่าวเหล็กหรือแผ่นไม้อัดหนาไว้ด้านหลังแผ่นยิปซั่มในขั้นตอนการทำผนัง เพื่อให้น็อตสามารถยึดเกาะกับโครงสร้างที่แข็งแรงได้

การเลือกประเภทของพุกและสกรูต้องสัมพันธ์กับน้ำหนักรวมของตู้และสิ่งของภายใน พุกเหล็กหรือพุกตะกั่วจะให้แรงยึดเกาะที่สูงกว่าพุกพลาสติกทั่วไปเมื่อติดตั้งบนผนังคอนกรีต นอกจากนี้ การเปลี่ยนจากการใช้สกรูยิงทะลุหลังตู้เข้าผนังโดยตรง มาเป็นการใช้ระบบรางแขวน (Hanging Rail) และตัวแขวนรับน้ำหนัก (Cabinet Hanger Brackets) จะช่วยกระจายแรงกดทับไปตลอดแนวราง ทำให้สามารถปรับระดับตู้ได้ง่ายและมีความปลอดภัยสูงกว่าการยึดเป็นจุดๆ

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย: ก่อนเริ่มทำการเจาะผนังเพื่อติดตั้งตู้ครัวทุกครั้ง ต้องทำการตรวจสอบตำแหน่งของท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง และสายไฟที่ฝังอยู่ในผนังอย่างละเอียด โดยใช้อุปกรณ์ตรวจจับโลหะและกระแสไฟ หรืออ้างอิงจากแบบแปลนระบบสุขาภิบาลและไฟฟ้าของบ้าน หากไม่มีความชำนาญหรือเครื่องมือที่เหมาะสม แนะนำให้ใช้บริการจากช่างผู้ชำนาญการเพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภคและอันตรายจากการถูกไฟดูด

วิธีตรวจสอบและบำรุงรักษาตู้ครัวติดผนังให้มั่นคงใช้งานได้นาน

หลังจากติดตั้งตู้ครัวติดผนังเรียบร้อยแล้ว การตรวจสอบความสมบูรณ์เชิงโครงสร้างและการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานและป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้เป็นอย่างดี

ในการติดตั้งครั้งแรก ควรตรวจสอบระดับความตรงของตู้ด้วยระดับน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักเอียงไปกดทับที่มุมใดมุมหนึ่งมากเกินไป และควรเว้นระยะห่างจากเคาน์เตอร์ด้านล่างให้เหมาะสมกับการใช้งาน จากนั้นให้ทำการทดสอบการรับน้ำหนักเบื้องต้น (Load Testing) อย่างปลอดภัย โดยการค่อยๆ วางสิ่งของที่มีน้ำหนักน้อยก่อน แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้นทีละน้อยจนถึงพิกัดที่ระบุไว้ในคู่มือผู้ผลิต พร้อมทั้งสังเกตว่ามีการแอ่นตัวของแผ่นชั้นหรือมีเสียงลั่นจากจุดยึดผนังหรือไม่

ผู้ใช้งานควรหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่าตู้ครัวเริ่มมีปัญหาและต้องหยุดใช้งานทันที ดังนี้:

  • มีรอยร้าว รอยแตก หรือปูนกะเทาะรอบๆ พุกยึดบนผนัง
  • มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดหรือเสียงลั่นของเนื้อไม้และโลหะเมื่อเปิด-ปิดหน้าบานตู้
  • ตัวตู้เริ่มมีช่องว่างแยกห่างออกจากผนัง หรือตู้เอียงเสียระดับ
  • แผ่นชั้นภายในตู้มีอาการแอ่นตัวอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับการดูแลรักษาในชีวิตประจำวัน ควรเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำมัน ละอองน้ำ และความชื้นที่เกาะอยู่ตามผิวตู้และใต้ท้องตู้ทันทีหลังใช้งานครัวเสร็จ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงหรือฝอยขัดโลหะที่อาจทำลายสารเคลือบผิวหน้า และควรใช้ไขควงตรวจสอบความแน่นหนาของน็อตยึดบานพับและพุกยึดผนังอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าตู้ครัวของคุณจะยังคงแขวนอยู่อย่างมั่นคงและปลอดภัยไปอีกนานแสนนาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตู้ครัวติดผนังควรเว้นระยะห่างจากเคาน์เตอร์ด้านล่างเท่าไหร่?

ระยะห่างมาตรฐานระหว่างขอบล่างของตู้ครัวติดผนังกับท็อปเคาน์เตอร์ด้านล่างควรอยู่ที่ประมาณ 50 ถึง 60 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเตรียมอาหารได้สะดวกโดยไม่รู้สึกอึดอัด และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการวางเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น ไมโครเวฟ หรือเครื่องชงกาแฟ ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงความสูงของผู้ใช้งานหลักเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ต้องเขย่งหรือเอื้อมหยิบจานชามที่มีน้ำหนักมากเกินไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายจากการทำของตกหล่นได้

สามารถติดตั้งตู้ครัวติดผนังบนผนังกระเบื้องได้หรือไม่?

คุณสามารถติดตั้งตู้ครัวติดผนังบนผนังที่ปูกระเบื้องได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในขั้นตอนการเจาะ โดยต้องเลือกใช้ดอกสว่านสำหรับเจาะกระเบื้องหรือกระจกโดยเฉพาะ และเริ่มเจาะด้วยความเร็วรอบต่ำเพื่อป้องกันไม่ให้กระเบื้องแตกร้าว สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความยาวของพุกและสกรูต้องยาวพอที่จะทะลุชั้นกระเบื้องและชั้นปูนกาวเข้าไปฝังแน่นอยู่ในผนังโครงสร้างอิฐหรือคอนกรีตด้านหลัง ไม่ใช่ยึดเกาะอยู่เพียงแค่แผ่นกระเบื้องแปะผนังเท่านั้น

วิธีป้องกันความชื้นสะสมใต้ตู้ครัวติดผนังทำอย่างไร?

การป้องกันความชื้นสะสมใต้ท้องตู้สามารถทำได้โดยการติดตั้งแผ่นกันเปื้อน (Backsplash) ที่มีคุณภาพและยาแนวรอยต่อระหว่างแผ่นกันเปื้อนกับขอบตู้ด้วยซิลิโคนกันเชื้อราเพื่อปิดช่องว่าง นอกจากนี้ ควรเว้นช่องว่างระบายอากาศด้านหลังตู้ประมาณ 1-2 เซนติเมตร (หากระบบติดตั้งเอื้ออำนวย) และติดตั้งเครื่องดูดควันที่มีกำลังดูดเหมาะสมเพื่อช่วยระบายไอน้ำจากการทำอาหารออกไปนอกห้องครัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเปิดหน้าต่างระบายอากาศและเปิดบานตู้ทิ้งไว้เป็นครั้งคราวเพื่อให้อากาศถ่ายเท

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์