การเปลี่ยนบรรยากาศห้องนอนด้วยการติดวอลเปเปอร์ด้วยตัวเองเป็นวิธีที่ช่วยสร้างสรรค์พื้นที่ส่วนตัวให้สวยงามตามต้องการได้อย่างประหยัด ทว่าความท้าทายสำคัญที่หลายคนมักพบเจอคือปัญหาผิววอลเปเปอร์ไม่เรียบเนียน เกิดรอยย่น หรือมีฟองอากาศสะสมอยู่ภายใน ซึ่งส่งผลต่อความสวยงามและอายุการใช้งานในระยะยาว เคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้งานติดวอลเปเปอร์ของคุณเรียบกริบเหมือนช่างมืออาชีพประกอบด้วยสามส่วนหลัก คือ การเตรียมพื้นผิวผนังให้เรียบเนียนไร้ฝุ่น การเลือกและทากาวอย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่พอเหมาะ และการใช้เทคนิคปาดไล่อากาศจากกึ่งกลางแผ่นออกสู่ขอบด้านข้างอย่างเป็นระบบขณะติดตั้ง
เตรียมผนังและอุปกรณ์ก่อนเริ่มติดวอลเปเปอร์
การเตรียมผนังเป็นขั้นตอนที่ส่งผลต่อผลลัพธ์สุดท้ายมากที่สุด หากผนังมีรอยแตกร้าว รูเจาะ หรือพื้นผิวขรุขระ กาวจะไม่สามารถยึดเกาะได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดช่องว่างอากาศได้ง่าย ควรเริ่มจากการอุดโป๊วรอยแตกและรูต่างๆ ด้วยเคมีโป๊วผนัง ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท จากนั้นใช้กระดาษทรายขัดพื้นผิวให้เรียบเนียนเสมอกันทั่วทั้งผืนผนัง
หลังจากขัดผิวเรียบแล้ว ขั้นตอนการทำความสะอาดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ฝุ่นละออง คราบไขมัน หรือเศษปูนที่ตกค้างบนผนังจะลดประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาวอย่างมาก ให้ใช้ไม้กวาดหรือเครื่องดูดฝุ่นขจัดฝุ่นออกให้หมด แล้วใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดทำความสะอาดผนังอีกครั้ง ปล่อยให้ผนังแห้งสนิทก่อนเริ่มขั้นตอนถัดไป เนื่องจากความชื้นที่สะสมในผนังปูนอาจทำให้เกิดเชื้อราใต้รอยวอลเปเปอร์ในภายหลัง โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น
การเตรียมอุปกรณ์ที่ถูกต้องจะช่วยให้การทำงานราบรื่นและรวดเร็ว อุปกรณ์พื้นฐานที่คุณต้องจัดเตรียมประกอบด้วย ลูกกลิ้งสำหรับทากาว เกรียงปาดวอลเปเปอร์ขอบมนเพื่อป้องกันการขูดขีดเนื้อวอลเปเปอร์ มีดคัตเตอร์ใบมีดคมพิเศษ ตลับเมตร ฟองน้ำนุ่มๆ สำหรับเช็ดคราบกาว และบันไดอลูมิเนียมที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับการทำงานในที่สูง
สำหรับการวัดพื้นที่และการคำนวณจำนวนวอลเปเปอร์ ให้ใช้ตลับเมตรวัดความกว้างและความสูงของผนังห้องนอนแต่ละด้านอย่างละเอียด เมื่อได้พื้นที่รวมแล้ว ควรเผื่อปริมาณวอลเปเปอร์เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละสิบถึงสิบห้าของพื้นที่จริง เพื่อรองรับการตัดแต่งขอบบนขอบล่าง และการต่อลวดลายให้ตรงกันอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะวอลเปเปอร์ที่มีลวดลายขนาดใหญ่หรือลายต่อที่ซับซ้อนซึ่งต้องใช้ระยะเยื้องในการจัดวาง
ขั้นตอนการทากาวและเตรียมแผ่นวอลเปเปอร์
การเลือกกาวให้เหมาะสมกับประเภทของวอลเปเปอร์เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันปัญหากาวแห้งเร็วเกินไปหรือการยึดเกาะที่ไม่ดีพอ วอลเปเปอร์ประเภทไวนิลที่มีน้ำหนักปานกลางถึงมากมักต้องการกาวสูตรเฉพาะที่มีความเหนียวสูง เช่น กาวผงสำหรับวอลเปเปอร์ผสมกับกาวลาเท็กซ์เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะบริเวณขอบ ในขณะที่วอลเปเปอร์ประเภทกระดาษทั่วไปอาจใช้เพียงกาวแป้งเปียกธรรมดา ควรตรวจสอบคำแนะนำบนฉลากบรรจุภัณฑ์ของวอลเปเปอร์แต่ละรุ่นเสมอเพื่อเลือกประเภทกาวที่ผู้ผลิตแนะนำ

เทคนิคการทากาวลงบนแผ่นวอลเปเปอร์ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง ใช้ลูกกลิ้งหรือแปรงขนอ่อนทากาวจากกึ่งกลางแผ่นกระจายออกไปหาขอบทั้งสองข้าง ระวังอย่าให้กาวหนาเป็นก้อนในจุดใดจุดหนึ่ง และต้องมั่นใจว่าบริเวณขอบแผ่นได้รับการทากาวอย่างทั่วถึงเพื่อป้องกันขอบเผยอหลังติดตั้ง หากทากาวบางเกินไป กาวจะแห้งเร็วและทำให้วอลเปเปอร์ไม่ยึดเกาะกับผนังจนเกิดเป็นถุงลมขนาดใหญ่
หลังจากทากาวเสร็จแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่เรียกว่าการพับพักแผ่นวอลเปเปอร์จะช่วยให้เนื้อวัสดุขยายตัวอย่างเต็มที่และนิ่มลงพร้อมสำหรับการติดตั้ง วิธีการคือให้พับปลายทั้งสองด้านของแผ่นวอลเปเปอร์เข้ามาเจอกันตรงกลางโดยให้ด้านที่ทากาวประกบกันเอง ระวังอย่าให้เกิดรอยพับที่แน่นเกินไปจนเป็นรอยยับ ทิ้งไว้ประมาณห้าถึงสิบนาทีตามคำแนะนำของประเภทวัสดุ การพักแผ่นนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้วอลเปเปอร์ไปยืดตัวหรือหดตัวบนผนัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดรอยย่นและรอยแยกตามรอยต่อหลังกาวแห้งสนิท
เทคนิคการติดวอลเปเปอร์ให้เรียบกริบไร้ฟองอากาศ
การเริ่มต้นติดแผ่นแรกอย่างถูกต้องเป็นตัวกำหนดทิศทางของแผ่นต่อๆ ไปทั้งหมด ห้ามใช้ขอบเสาหรือมุมห้องเป็นเกณฑ์อ้างอิงโดยตรงเพราะผนังบ้านมักจะไม่ได้ฉากที่สมบูรณ์ ให้ใช้ลูกดิ่งวัดระดับหรือเครื่องวัดระดับเลเซอร์เพื่อลากเส้นแนวดิ่งอ้างอิงบนผนังห่างจากมุมห้องเล็กน้อย เส้นดิ่งนี้จะเป็นแนวไกด์ไลน์ที่ช่วยให้คุณแปะวอลเปเปอร์แผ่นแรกได้ตรงแนวตั้งฉากอย่างแท้จริง ป้องกันปัญหาวอลเปเปอร์เอียงสะสมจนทำให้แผ่นท้ายๆ บิดเบี้ยวและเกิดรอยย่น
เมื่อพร้อมติดตั้ง ให้คลี่แผ่นวอลเปเปอร์ส่วนบนที่พับพักไว้ออก นำไปแปะทาบกับเส้นแนวดิ่งที่เตรียมไว้ โดยเผื่อปลายด้านบนให้เลยขอบฝ้าเพดานขึ้นไปประมาณสามถึงห้าเซนติเมตรสำหรับตัดแต่งภายหลัง จากนั้นค่อยๆ คลี่ส่วนล่างลงมาตามแนวผนัง ใช้เกรียงปาดวอลเปเปอร์หรือแผ่นรีดพลาสติกเริ่มรีดจากกึ่งกลางแผ่นในแนวดิ่งลงมา แล้วจึงรีดเฉียงออกไปทางซ้ายและขวาในลักษณะก้างปลา การรีดในทิศทางนี้จะช่วยไล่อากาศและกาวส่วนเกินออกไปทางขอบแผ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ในระหว่างการรีด หากพบว่ามีฟองอากาศขนาดใหญ่เกิดขึ้น ห้ามพยายามรีดเค้นอย่างรุนแรงเพราะอาจทำให้เนื้อวอลเปเปอร์ยืดตัวหรือฉีกขาดได้ ให้ค่อยๆ ดึงแผ่นวอลเปเปอร์ส่วนนั้นย้อนกลับขึ้นมาแล้วปาดรีดลงไปใหม่อย่างช้าๆ สำหรับฟองอากาศขนาดเล็กที่อาจหลงเหลืออยู่หลังติดตั้งเสร็จและไม่สามารถรีดออกได้ ให้ใช้เข็มหมุดหรือปลายคัตเตอร์ที่คมมากๆ เจาะรูเล็กๆ บริเวณกึ่งกลางฟองอากาศ จากนั้นใช้เกรียงปาดรีดไล่อากาศออกเบาๆ และใช้ฟองน้ำหมาดๆ กดทับเพื่อช่วยให้เนื้อวอลเปเปอร์แนบสนิทกับผนัง
การเก็บรายละเอียดตามขอบ มุมห้อง และจุดตัดต่างๆ
การตัดแต่งขอบบนบริเวณฝ้าเพดานและขอบล่างบริเวณบัวเชิงผนังต้องการความประณีตสูงเพื่อความสวยงามเรียบร้อย ให้ใช้เกรียงปาดวอลเปเปอร์กดรีดเข้ามุมรอยต่อระหว่างผนังกับเพดานหรือบัวให้เป็นรอยพับที่ชัดเจน จากนั้นใช้ไม้บรรทัดเหล็กหรือเกรียงเหล็กหน้ากว้างทาบกดทับรอยพับไว้ แล้วใช้มีดคัตเตอร์ที่เปลี่ยนใบมีดใหม่จนคมกริบกรีดตัดตามแนวเกรียงเหล็ก การเปลี่ยนใบมีดคัตเตอร์บ่อยๆ เป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะใบมีดที่ทื่อจะดึงรั้งเนื้อวอลเปเปอร์ที่เปียกกาวจนขาดกะรุ่งกะริ่งไม่สวยงาม
การเข้ามุมห้องเป็นจุดที่ปราบเซียนและมักเกิดรอยย่นได้ง่ายเนื่องจากมุมห้องมักไม่ตรงเป็นเส้นตรงร้อยเปอร์เซ็นต์ สำหรับมุมภายในไม่ควรติดวอลเปเปอร์แผ่นเดียวข้ามมุมโดยตรง แต่ควรใช้วิธีตัดแบ่งวอลเปเปอร์ให้เหลือความกว้างพอดีที่จะพับข้ามมุมไปแปะบนผนังอีกด้านเพียงประมาณหนึ่งถึงสองเซนติเมตร จากนั้นจึงนำแผ่นถัดไปมาติดทับซ้อนโดยจัดแนวให้ตรงตามเส้นดิ่งใหม่ วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้วอลเปเปอร์ลอยตัวออกจากมุมห้องเมื่อกาวแห้งตัวและหดตัวลง
สำหรับบริเวณที่มีเต้ารับ ปลั๊กไฟ หรือสวิตช์ไฟ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ ก่อนเริ่มทำงานในจุดนี้ต้องทำการปิดเบรกเกอร์ควบคุมกระแสไฟฟ้าของห้องนอนให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วไหลเนื่องจากความชื้นของกาว จากนั้นถอดฝาครอบพลาสติกของสวิตช์หรือเต้ารับออก ติดวอลเปเปอร์ทับผ่านบริเวณนั้นไปตามปกติ แล้วใช้คัตเตอร์กรีดตัดเป็นรูปกากบาทเหนือช่องสวิตช์ ค่อยๆ พับขอบที่กรีดเข้าไปด้านในหรือตัดเล็มส่วนเกินออกให้พอดีกับกรอบด้านใน สุดท้ายจึงประกอบฝาครอบพลาสติกกลับเข้าที่เดิมเพื่อปิดทับรอยตัดให้สวยงามแนบเนียน
การดูแลรักษาและข้อควรระวังหลังติดเสร็จ
หลังจากติดตั้งวอลเปเปอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการปล่อยให้กาวแห้งตัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดความทนทานของงาน ควรปิดประตูและหน้าต่างห้องนอนให้สนิทเพื่อควบคุมอุณหภูมิและการไหลเวียนของอากาศ หลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมจ่อหรือเปิดเครื่องปรับอากาศทันที เนื่องจากลมที่พัดแรงและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็วจะทำให้กาวแห้งเร็วเกินไปจนวอลเปเปอร์หดตัวอย่างกะทันหัน ส่งผลให้เกิดรอยแยกตามรอยต่อหรือขอบเผยอขึ้นมาได้ ควรปล่อยให้กาวแห้งตัวตามธรรมชาติเป็นเวลาอย่างน้อยยี่สิบสี่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง
ในระหว่างการติดตั้งและรีดไล่อากาศ อาจมีกาวส่วนเกินล้นออกมาตามรอยต่อและขอบแผ่น ให้รีบใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ชุบน้ำสะอาดบิดหมาดเช็ดทำความสะอาดคราบกาวออกทันทีในขณะที่กาวยังเปียกอยู่ โดยเช็ดอย่างเบามือเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าของวอลเปเปอร์เสียหาย หากปล่อยทิ้งไว้จนกาวแห้งสนิท คราบกาวจะกลายเป็นรอยด่างสีเหลืองหรือสะท้อนแสงที่มองเห็นได้ชัดเจนและทำความสะอาดออกได้ยากมากในภายหลัง
การดูแลรักษาในระยะยาวควรปฏิบัติตามประเภทของวัสดุวอลเปเปอร์ที่เลือกใช้ วอลเปเปอร์ประเภทไวนิลสามารถใช้ผ้าชุบน้ำผสมสบู่อ่อนๆ บิดหมาดเช็ดทำความสะอาดฝุ่นและคราบสกปรกทั่วไปได้ดี แต่สำหรับวอลเปเปอร์ประเภทกระดาษหรือผ้าทอควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความชื้นโดยตรง และใช้เพียงไม้ขนไก่หรือเครื่องดูดฝุ่นหัวแปรงนุ่มในการขจัดฝุ่นละอองเท่านั้น ควรตรวจสอบสัญลักษณ์และคำแนะนำการดูแลรักษาจากผู้ผลิตที่แนบมากับม้วนวอลเปเปอร์เสมอเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานและคงความสวยงามอยู่เสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดวอลเปเปอร์ (FAQ)
สามารถติดวอลเปเปอร์ทับผนังที่ทาสีเดิมไว้แล้วได้หรือไม่
คุณสามารถติดวอลเปเปอร์ทับผนังที่ทาสีเดิมได้ หากสีเดิมนั้นยังมีสภาพดี ไม่หลุดร่อน เป็นขุย หรือเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการติดทับบนสีประเภทกึ่งเงาหรือสีเช็ดล้างได้ เนื่องจากพื้นผิวที่มีความเงาสูงจะลดประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาวอย่างมาก หากผนังทาสีประเภทดังกล่าว ควรใช้กระดาษทรายขัดพื้นผิวให้มีความหยาบเล็กน้อยเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะ หรือทาด้วยน้ำยารองพื้นปูนเก่าก่อนทำการติดตั้งวอลเปเปอร์เพื่อความทนทานสูงสุด
หากวอลเปเปอร์เกิดรอยย่นหรือฟองอากาศหลังแห้งแล้วควรแก้ไขอย่างไร
หากพบรอยย่นหรือฟองอากาศหลังจากที่กาวแห้งสนิทแล้ว คุณยังสามารถแก้ไขเฉพาะจุดได้โดยไม่จำเป็นต้องลอกออกทั้งแผ่น สำหรับฟองอากาศ ให้ใช้มีดคัตเตอร์ที่คมกริบกรีดเป็นเส้นตรงสั้นๆ หรือรูปกากบาทขนาดเล็กบริเวณฟองอากาศ จากนั้นใช้ปลายสลิงฉีดยาขนาดเล็กดูดกาวติดวอลเปเปอร์ฉีดเข้าไปใต้ช่องที่กรีดเพียงเล็กน้อย นวดเบาๆ ให้กาวกระจายตัวทั่วบริเวณ แล้วใช้เกรียงปาดรีดไล่อากาศและกาวส่วนเกินออก เช็ดคราบกาวที่ล้นออกมาด้วยฟองน้ำหมาดๆ รอยกรีดจะแนบสนิทกลมกลืนไปกับลวดลายเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่